2017 India Trip PDF Print



ขอเชิญร่วมภาวนาตามรอยก้าวย่างแห่งพระพุทธองค์ ร่วมกับคณะนักบวชหมู่บ้านพลัม

ณ ประเทศอินเดีย และเนปาล วันที่ 25 พ.ย. 8 ธ.ค. 60


คือเมฆสีขาว  ทางก้าวเก่าแก่ (Old Path White Clouds) วรรณกรรมซึ่งรังสรรคโดยหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ นำผู้อ่านย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล  สัมผัสชีวิตพระพุทธเจ้าในมุมของมนุษย์ปุถุชน ที่มีทั้งความสุข ความทุกข์  มีความสงสัยในชีวิต มีแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นในการค้นหาคำตอบของชีวิต จนรู้แจ้งพบความจริงแห่งการข้ามพ้นความทุกข์ เผยแผ่ธรรมะด้วยความเมตตากรุณา และนำมาซึ่งความสุขสู่ปัจเจกบุคคล ครอบครัว และสังคม

เพื่อตามรอยพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล  หมู่บ้านพลัมขอเชิญท่านเข้าร่วมภาวนากับการเดินทางในประเทศอินเดียและเนปาล ตามรอยก้าวย่างแห่งพระพุทธองค์ร่วมกับคณะนักบวชหมู่บ้านพลัม และธรรมาจารย์ ชันตัม เสธ   โดยธรรมาจารย์ชันตัมจะเป็นผู้นำทางและถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตพระพุทธเจ้าและแบ่งปันคำสอนที่ทำให้เราเข้าใจพระพุทธองค์ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง  เข้าใจหัวใจของคำสอนของพระพุทธเจ้าและธรรมะในชีวิต




ธรรมาจารย์ชันตัม เสธ

ชันตัม เสธ หนึ่งในธรรมาจารย์หมู่บ้านพลัม  เป็นผู้นำการเดินทาง “ในก้าวย่างแห่งพระพุทธองค์” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ให้กับหลวงปู่ติช นัท ฮันท์ ซึ่งเป็นพระอาจารย์  ชันตัมจบการศึกษาด้านพัฒนศาสตร์ ด้วยหัวข้อวิทยานิพนธ์ว่าด้วยเศรษฐศาสตร์แนวอหิงสาของคานธี และเคยเป็นที่ปรึกษาขององค์การสหประชาชาติและธนาคารโลกในเรื่องของการพัฒนาสังคมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 นอกจากนี้เขาเป็นผู้แต่งร่วมในหนังสือที่มีชื่อว่า เดินกับพระพุทธองค์ (Walking with the Buddha) และเป็นที่ปรึกษาการทำภาพยนต์สารคดีของ บีบีซี-ดิสคัฟเวอรี่ เรื่องชีวิตของพระพุทธเจ้า (Life of the Buddha) และภาพยนต์ของบีบีซี-พีบีเอสเรื่อง เรื่องราวของอินเดีย (The Story of India)

ข้อมูลการเดินทางในวิถีแห่งการภาวนา

ภาวนาเส้นทางหลัก 14 วัน (25 พ.ย. 8 ธ.ค. 60)

การภาวนากับการเดินทาง 14 วันในก้าวย่างแห่งพระพุทธเจ้านี้  เริ่มในวันที่ 25 พ.ย. ณ เมืองเดลี จากนั้นเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสังเวชนียสถาน สารนาถ เมืองพาราณสี และเดินทางต่อด้วยรถบัสปรับอากาศไปยังพุทธคยา นาลันทา/ราชคฤห์  ไพศาลี เกสริยา กุสินารา ลุมพินี กบิลพัสดุ์ และสาวัตถี  จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถไปยังเมืองลัคเนาว์ และบินกลับไปยังเมืองเดลีในเวลาหัวค่ำของวันที่ 8 ธ.ค.  (ผู้ร่วมเดินทางควรจองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยจากเมืองเดลีในวันที่  8 ธ.ค. หลัง 5 ทุ่มหรือเช้าตรู่ของวันที่ 9 ธ.ค.)

ณ เมืองเดลี  เราจะเริ่มต้นการเดินทางที่ดี ด้วยการเยี่ยมชมสถานที่อันเป็นที่อยู่อาศัยและที่มรณกรรมของมหาตมะ คานธี ผู้ซึ่งเป็นบิดาของชาวอินเดีย  วิถีชีวิตอันเปี่ยมด้วยศรัทธาบนการทำงานการเมืองอย่างศานติของมหาตมะ คานธี ทำให้เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าแห่งยุคปัจจุบัน  และเป็นที่มาของการฝึกปฏิบัติจริยธรรมประยุกต์

จากเดลี เราจะเดินทางไปบนเส้นทางที่พระพุทธเจ้าใช้ชีวิตและเดินทางไปตามที่ราบแห่งแม่น้ำคงคา   สู่รัฐอุตตรประเทศและรัฐพิหาร ทางตอนเหนือของอินเดีย คือ และข้ามไปยังทางเหนือของประเทศเนปาล    เพื่อไปเมืองสารนาถอันเป็นที่แสดงปฐมเทศนา  พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้    และเขาคิชกูฎ ในกรุงราชคฤห์ อันเป็นสถานปฏิบัติภาวนาที่พระพุทธเจ้าทรงชื่นชอบ   อีกทั้งจะมีการเดินในวิถีแห่งสติไปยังถ้ำดงเกสวรี ที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา เยี่ยมชมหมู่บ้านของนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้าขณะที่ทรงทุกข์ทรมานเพราะความหิวโหย  แวะชมมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 5-12  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คำสอนสายมหายานถูกพัฒนาขึ้น

นอกจากนี้ เราจะได้เยี่ยมชมสถานปฏิบัติธรรม วัดวาอารามและสถานปฏิบัติบูชาในวิถีความเชื่อถือของลัทธิอื่นๆ นั่งเรือล่องแม่น้ำคงคาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เมืองพาราณสี  พบปะสนทนากับคนท้องถิ่น  เยี่ยมบ้านเรือนของคนในวรรณะต่างๆ ทั้งคนจนและชนชั้นที่มีอภิสิทธิ์ในสังคม  เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในประวัติศาสตร์และชีวิตปัจจุบันของชาวอินเดีย  รวมถึงจะได้แลกเปลี่ยนสนทนาในบริบทที่เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า  ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสได้พิจารณาสิ่งที่พบเห็นจากมุมมองของเราและมุมมองของคนในพื้นที่

แม้ว่าแต่ละเมืองของอินเดียจะมีความวุ่นวาย แต่ก็มีความแตกต่างและมีมนต์เสน่ห์   เมืองพาราณสีและเมืองพุทธคยาเป็นเมืองที่มีความสำคัญในการเดินทางครั้งนี้  ด้วยวิถีความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์ของตน  สถานที่ต่างๆ ในเมืองทั้งสองนี้จะทำให้เราเห็นการดำรงอยู่ร่วมกันของอินเดียใหม่และอินเดียดั้งเดิม   ส่วนเมืองราชคฤห์เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ เป็นโอกาสที่เราจะได้ซึมซับความแตกต่างของสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น

กิจกรรมประจำวันของการภาวนา

เริ่มด้วยการนั่งสมาธิ  เดินสมาธิในช่วงเช้า ณ สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาที่เยี่ยมชม  จากนั้นกลับมายังโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า แล้วออกเดินทางไปสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาในตารางการเดินทาง  ธรรมาจารย์ชันตัม จะเป็นผู้เล่าเรื่องราวของสถานที่แห่งนั้น และแสดงธรรมบรรยายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและคำสอนของพระพุทธเจ้า  ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน ผู้ร่วมเดินทางจะมีเวลาส่วนตัวในการเดินชมสถานที่นั้นๆ หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้วจะมีการพักผ่อน จากนั้นจะเดินทางต่อเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญอื่นๆ หรือเดินทางไปหมู่บ้าน โรงเรียน เพื่อพบปะกับบุคคลที่น่าสนใจ  แล้วเดินทางกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเย็น และจบกิจกรรมประจำวันด้วยการสนทนาธรรมเป็นกลุ่ม  ตารางการเดินทางแต่ละวันอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อให้มีความยืดหยุ่นตามขนาดกลุ่ม  ความต้องการ ความสนใจของคณะเดินทาง

ขอเชื้อเชิญท่านร่วมเดินทางในวิถีแห่งการภาวนาเพื่อการแปรเปลี่ยน รำลึกถึงพระพุทธเจ้าจากสถานที่ต่างๆ ที่พระองค์เคยดำรงชีวิตและเผยแผ่คำสอน พบกับวัฒนธรรมโบราณ และชีวิตแบบอินเดียในสมัยพุทธกาลที่ยังดำรงอยู่ อันเป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าที่น้อยคนจะได้สัมผัส

ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมภาวนาเส้นทางหลัก 14 วัน (25 พ.ย. 8 ธ.ค. 60) ท่านละ 1,750 ดอลล่าห์สหรัฐฯ* (พักห้องละ 3 คน)

หากต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ค่าใช้จ่ายนี้รวมบริการรับส่งสนามบินและการดูแลในเมืองนิวเดลี  ค่าบรรยายและค่าไกด์  ค่าการเดินทางในประเทศอินเดียและเนปาล  ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ  ค่าอาหาร ค่าน้ำดื่มบรรจุขวดและค่าที่พัก   ไม่รวมค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ ค่าเครื่องบิน ไป-กลับ ระหว่างประเทศไทยและกรุงนิวเดลี  ค่าวีซ่าและค่าการจัดการระหว่างประเทศ  ค่าใช้จ่ายเพิ่มกรณีต้องการอยู่ต่อ  ค่าน้ำหนักเกินของกระเป๋าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต  ค่าซักรีด  ค่ายาและค่ารักษาพยาบาล และค่าประกันภัย

ภาวนาเส้นทางพิเศษ A : ทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งความรักแห่งเมืองอักรา วันที่ 8-9 ธ.ค. 60 (เริ่มการเดินทางและสิ้นสุดการเดินทางที่เมืองเดลี)

เมืองอักราเป็นเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิโมกุล ปกครองโดยพระเจ้าอักบาร์ ผู้สร้างป้อมอักรา  หลานชายของพระองค์ พระเจ้าชาห์ ชาฮัน  เป็นผู้สร้างอนุสรณ์แห่งความรักอันงดงามที่มีต่อพระมเหสีมุมตัส มาฮาล

ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมภาวนาเส้นทางพิเศษ A มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเส้นทางหลักอีกท่านละ 250 ดอลล่าห์สหรัฐฯ หากต้องการพักเดี่ยว เพิ่ม 130 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ภาวนาเส้นทางพิเศษ B : ปฏิมากรรมถ้ำอชันตาและเอลโลร่า วันที่ 9-12 ธ.ค. 60 (เริ่มการเดินทางและสิ้นสุดการเดินทางที่เมืองเดลี)

ถ้ำอชันตา

ถ้ำอชันตาอยู่ใกล้เมืองออรังกาบัด   ถ้ำทั้งหมด 26 ถ้ำถูกสร้างขึ้นจากการเจาะหน้าผาเป็นรูปเกือกม้าในช่วงต้นศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตศักราช และมีการดำเนินการต่อมาถึง 900 ปี   โดยสาวกของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นให้เป็นเหมือนสวรรค์แยกมาอยู่ในที่ห่างไกลเพื่อใช้สำหรับการภาวนา   ภาพวาดและปฎิมากรรมทางพุทธศาสนาในถ้ำมีเรื่องราวมาจากนิทานชาดก ชีวิตในชนบท และวัฒนธรรมในยุคนั้นๆ  ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือง่ายๆ และอาศัยเพียงแสงไฟจากตะเกียงเท่านั้น  ถ้ำแห่งนี้ยังได้รับการขนานนามให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

ถ้ำเอลโลร่า

ถ้ำเอลโลร่าตั้งอยู่ใกล้รัฐมหาราษฎระ เป็นอนุสาวรีย์โบราณที่สำคัญ ถือเป็นการสืบทอดมรกดกจากถ้ำอชันตาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 โดยได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ ศาสนาไชนะและฮินดู  ประติมากรรมในถ้ำมีขนาดใหญ่ ลายแกะสลักเต็มไปด้วยชีวิตและพลังงาน  จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือ หินตัดแบบวัดฮินดูที่แกะสลักจากหินเชิงเขาไกรลาส และถือเป็นเสาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมภาวนาเส้นทางพิเศษ B มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเส้นทางหลักอีกท่านละ 1,300 ดอลล่าห์สหรัฐฯ หากต้องการพักเดี่ยว เพิ่ม 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ

(ค่าใช้จ่ายนี้รวม ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ระหว่างเดลีกับออรังกาบัด ค่าไกด์ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าธรรมเนียมเข้าชม ค่าน้ำดื่มบรรจุขวด และค่าที่พัก)

สนใจสอบถามการเข้าร่วมภาวนา ติดต่อ E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือโทร. 087-441-7114

หรือ ลงชื่อในแบบฟอร์มเพื่อให้ติดต่อกลับได้ที่ http://bit.ly/2eIX6kG

 

ตารางการเดินทาง

วันที่

การเดินทาง

ค้างคืนที่

ส. 25 พ.ย. 60

เริ่มเดินทาง ณ เมืองเดลี  เยี่ยมชมพิพิทธภัณฑ์มหาตมะ คานธี

เดลี

อา. 26 พ.ย. 60

เดลี - พาราณสี โดยเครื่องบิน

พาราณสี

จ. 27 พ.ย. 60

พาราณสี/สารนาถ

พาราณสี

อัง.28 พ.ย. 60

พาราณสี – พุทธคยา

พุทธคยา

พุธ 29 พ.ย. 60

พุทธคยา

พุทธคยา

พฤ. 30 พ.ย. 60

พุทธคยา/ราชคฤห์

ราชคฤห์

ศ. 1 ธ.ค. 60

ราชคฤห์ – นาลันทา - ราชคฤห์

ราชคฤห์

ส. 2 ธ.ค. 60

ราชคฤห์ - ไพศาลี - กุสินารา

กุสินารา

จ. 3 ธ.ค.60

กุสินารา

กุสินารา

อัง. 4 ธ.ค. 60

กุสินารา - ลุมพินี

ลุมพินี