คุณครูเฮนรี่ PDF Print

คุณครูเฮนรี่
ธรรมบรรยายในงานภาวนาครูผู้เป็นสุขจะเปลี่ยนแปลงโลก
(Happy Teacher will Change the World)

๖ เมษายน ๒๕๕๖ ; มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา



เรามีเพื่อนนักปฏิบัติชื่อเฮนรี่ เป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ที่โตรอนโตและเป็นธรรมาจารย์ฆราวาสของชุมชนหมู่บ้านพลัม

ครูเฮนรี่เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่ดีที่สุดของโรงเรียน เขาเป็นคนดีแต่ก็เป็นคนโกรธง่ายและขี้โมโหมาก เวลาโกรธก็ไม่ค่อยอ่อนโยนต่อลูกศิษย์ เวลาที่โกรธมากๆ บางครั้งก็จะดุด่าลูกศิษย์ด้วยถ้อยคำรุนแรงเช่น “เธอนี่โง่จริงๆ เลย” บางครั้งครูก็ขว้างชอล์คใส่นักเรียนหลังจากครูคนนี้มาฝึกปฏิบัติที่หมู่บ้านพลัม เขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อกลับจากงานภาวนาภาคฤดูร้อน เขานำการภาวนาไปประยุกต์ใช้ทันที เขาเดินเข้าห้องเรียนเหมือนกับการเดินสมาธิ เวลาเขียนกระดาน ลบกระดาน ก็ทำในวิถีแห่งสติ ทำช้าๆ เต็มเปี่ยมด้วยสติ นักเรียนรู้สึกว่าคุณครูเปลี่ยนไปมาก วันหนึ่งนักเรียนคนหนึ่งก็ตัดสินใจถามว่า “คุณพ่อคะ คุณพ่อ คุณพ่อยังปกติดีหรือเปล่า คุณพ่อป่วยหรือเปล่าคะ” (เด็กๆ รักครูคนนี้มากและพวกเขาเรียกครูคนนี้ว่าพ่อ) คุณครูตอบว่า “เปล่าๆ ฉันไม่ได้ป่วย ฉันสบายดี เพียงแต่กำลังฝึกปฏิบัติเจริญสติเท่านั้นเอง”

จากนั้นคุณครูจึงเล่าเรื่องการฝึกปฏิบัติที่หมู่บ้านพลัมให้เด็กๆ ฟัง ในขณะนั้นเขาไม่มีระฆัง จึงแต่งตั้งนักเรียนคนหนึ่งในห้องเป็นปรมาจารย์แห่งสติ โดยขอให้นักเรียนคนนั้นมีหน้าที่ปรบมือ ๑ ครั้ง ทุกๆ ๑๕ นาที เมื่อเสียงปรบมือดังขึ้น ทุกคนที่เหลือในห้องเรียนตามลมหายใจอย่างเบิกบาน ๓ ครั้ง ในช่วงแรกๆ การปฏิบัตินี้เหมือนการเล่นเกมส์ สนุกมาก แต่เมื่อผ่านไปทุกอย่างเริ่มเป็นความคุ้นเคย และเป็นการฝึกปฏิบัติอย่างแท้จริง

การปฏิบัตินี้ช่วยลดความตึงเครียดได้มาก ผลการเรียนของเด็กๆ ดีมากขึ้น ครูก็เครียดน้อยลง หลังจากนั้นครูคนอื่นๆ จึงเริ่มให้ความสนใจและนำการปฏิบัติไปใช้ในโรงเรียน ครูเฮนรี่เบิกบานกับการสอนในวิถีเช่นนี้มากและใช้เวลากับลูกศิษย์คุยเรื่องความสุข แต่เดิมเขามักจะใช้เวลาว่างในการตกปลา แต่หลังจากนั้น เขาเบิกบานในการใช้เวลากับลูกศิษย์มากขึ้น การตรวจการบ้านก็เลิกเขียนตำหนิด้วยถ้อยคำรุนแรงเช่น “เธอโง่มาก” อีกต่อไป

วันหนึ่งเขาตรวจสมุดการบ้าน และสมุดการบ้านเล่มนั้นผิดพลาดหลายแห่งต้องแก้ด้วยปากกาแดงเต็มไปหมด ครูเฮนรี่เขียนลงไปในสมุดว่า “ครูรู้แล้วว่าเธอไม่เข้าใจเลย นี่เป็นความผิดของครูเอง” 

หลวงปู่คิดว่า คุณครูสามารถรับบทบาทเป็นคุณพ่อ คุณแม่ที่น่ารักได้ บางครั้งเด็กๆ มีความทุกข์ในครอบครัวมาก การฟังอย่างกรุณาจะช่วยให้เด็กนักเรียนทุกข์น้อยลง การที่เด็กๆ ได้รู้ว่ามีใครสักคนรับฟังเขาอยู่ มีคนพร้อมจะเข้าใจ เขาจะทุกข์น้อยลง บางครั้งนักเรียนมาจากครอบครัวที่แตกแยก เด็กๆ เหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะรู้จักความรัก ไม่ได้เรียนรู้การมอบความรักต่อผู้อื่น การสร้างห้องเรียนให้เป็นครอบครัวคือการให้โอกาสกับเด็กๆ