สามเณรฟับเหยียน : สันติสุข กับ ฉันติดสุข 2 PDF Print
ชีวิตนักบวชแห่งหมู่บ้านพลัม
สันติสุขกับฉันติดสุข
ตอนที่ 1 | 2
 

ความสงบ
คือความเบิกบาน
ที่เกิดจากจิตใจที่เต็มไปด้วยความนิ่ง
ซึ่งเป็นที่มาของความสุข
เมื่อเราไม่มีความปรารถนาใดๆ
ความเบิกบานก็จะปรากฏขึ้นจากภายใน
เป็นความสุขที่เราทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง
 

     ช่วงที่หลวงพี่กลับไปสหรัฐอเมริกา เพื่อดูแลงานของตัวเองและจัดการเรื่องในครอบครัว หลวงพี่ไปที่ วัดเดียร์ปาร์ค ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมสาขาหนึ่งของหมู่บ้านพลัมที่อเมริกา เพื่อฝึกปฏิบัติกับชุมชนที่นั่น ณ ที่นั้นเอง หลวงพี่มีโอกาสพบกับ หลวงพี่ดั๋งเงียม ผู้แนะแนวทางและสนับสนุนการปฏิบัติในเส้นทางสายนี้แก่หลวงพี่ ครั้งหนึ่งหลวงพี่มีโอกาสได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกับท่าน และผู้เข้าร่วมปฎิบัติจำนวนหนึ่ง จำได้ว่าอาหารมื้อนั้นแสนจะเรียบง่าย แต่จะไม่มีวันลืมประสบการณ์ที่ได้รับในระหว่างรับประทานอาหารมื้อนั้นเลย ไกลออกไปตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า พวกเรากำลังรับประทานอาหารอย่างสงบในความเงียบ ขณะเดียวกันก็หล่อเลี้ยงปัจจุบันขณะของผู้อื่นไปด้วย นับเป็นบรรยากาศอันเงียบสงัดที่มีมนตร์ขลัง ทันใดนั้นหลวงพี่สัมผัสถึงความสงบที่เคลื่อนเข้ามาในกายของหลวงพี่อย่างช้าๆ นำพาความปิติเบิกบานมาสู่หลวงพี่อย่างมาก ช่างเป็นความรู้สึกแสนมหัศจรรย์ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เป็นความรู้สึกที่สงบ เยือกเย็น มั่นคง และนี่คือความรู้สึกที่เป็นความสุขที่แท้จริง

     ตอนที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติ นั้น หลวงพี่เคยรู้สึกสับสนระหว่างความสุขจากความสงบสันติ และความสุขจากความปรารถนา หลวงพี่คิดว่าความสุขคือการเติมเต็มความปรารถนา แต่เราจะสามารถเติมเต็มความปรารถนาได้อย่างไร ในเมื่อความปรารถนานั้นไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเราได้สิ่งที่เราต้องการอย่างหนึ่ง เราก็มีความต้องการอย่างใหม่ขึ้นมาอีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยไป ท้ายที่สุด เราก็ตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ในทางตรงกันข้าม ความสงบคือความเบิกบานที่เกิดจากจิตใจที่เต็มไปด้วยความนิ่ง ซึ่งเป็นที่มาของความสุข เมื่อเราไม่มีความปรารถนาใดๆ ความเบิกบานก็จะปรากฏขึ้นจากภายใน เป็นความสุขที่เราทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง ความเบิกบานอันยิ่งใหญ่คือช่วงขณะที่เราไม่มีจุดมุ่งหมายใดๆ ทั้งสิ้น


     ยกตัวหลวงพี่เอง ในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังจากเริ่มทำงาน หลวงพี่พยายามสะสมเงินเพื่อซื้อรถสวยๆ เมื่อได้รถมา หลวงพี่มีความสุขและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์ผ่านไปเท่านั้น หลวงพี่เริ่มมีเป้าหมายใหม่คืออยากได้บ้าน เมื่อมีจุดมุ่งหมายใหม่เกิดขึ้นในใจ ความสุขจากการมีรถก็ค่อยๆ เลือนหายไป ในขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายใหม่ก็เกิดขึ้นมาแทนที่ ยิ่งไปกว่านั้น หลวงพี่ยังแสวงหาความสุขภายนอกจากการเดินทางท่องเที่ยว รับประทานอาหารแปลกๆ อยู่บ้านที่ทันสมัย นั่นเป็นเพียงแค่การสร้างความพึงพอใจให้กับร่างกายเท่านั้น หากแต่ลึกลงไปในระดับของจิตรับรู้ ความยุ่งยาก ความเหงา ความเศร้า ความโดดเดี่ยว หรือความกดดัน ยังคงซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขจอมปลอม ที่เกิดการจากเติมเต็มความปรารถนา ความปรารถนานั้นทำให้เรามีความสุขในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น นอกจากนั้นมันยังรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความกระหายอยากในตัวเรา ให้เติบใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิม

     เช่นเดียวกับคนหนุ่มสาวทั่วไป หลวงพี่ถูกหล่อหลอมด้วยความปรารถนาของตนเอง ไล่ล่าความปรารถนาเหล่านั้น และไม่เคยพอใจในสิ่งที่ได้มาเลย เหมือนคนที่กระหายน้ำและหาน้ำทะเลดื่ม ยิ่งดื่มมากเท่าไรก็ยิ่งกระหายน้ำมากเท่านั้น เมื่อมองย้อนกลับไป ในขณะที่หลวงพี่ทำงานอย่างหนัก แต่ในใจกลับวุ่นวายกับการวางแผนชีวิตให้เป็นไปตามความปรารถนา หลวงพี่ไม่เคยรู้จักวิธีที่จะเบิกบานกับปัจจุบันขณะเลย หลังจากที่ได้บรรพชาเป็นสามเณร หลวงพี่พบว่าความสุขก็คือสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องมองหาจากสิ่งอื่นเลย การที่เราจะตระหนักได้ถึงสิ่งเหล่านี้ เราจะต้องมีสติ สติจะช่วยให้เรารับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในและรอบๆ ตัวเรา

     มา ถึงตรงนี้ เรื่องราวของหลวงพี่ฟังดูคุ้นๆ บ้างไหม รู้สึกว่าเรามีอะไรคล้ายๆ กันหรือเปล่า หลวงพี่ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของตัวเองกับทุกคน หลวงพี่คิดว่าเธอเองอาจจะมีความรู้สึกแบบเดียวกัน เพราะว่านี่เป็นอาการปกติทั่วไปในสังคมปัจจุบัน

     การ ฝึกเจริญสติช่วยให้เราตระหนักถึงอารมณ์และความรู้สึกอย่างแท้จริง หลวงพี่เองก็เคยเป็นเด็กที่มีชีวิตอยู่แต่ในโลกภายนอกมาก่อน มีความทุกข์ มีปัญหา โดดเดี่ยว มีความปรารถนาที่ผิดๆ หลวงพี่คิดว่าหลวงพี่เข้าใจปัญหาที่เธอต้องพบเจอในทุกวันนี้ ในสังคมของเรา คนหนุ่มสาวมีความกดดันจากสังคม ครอบครัว โรงเรียน ฐานะทางสังคม และเรื่องเพศ เมื่อเรายังเป็นวัยรุ่น ฮอร์โมนต่างๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าช่วงเวลาอื่นของชีวิต มันรวดเร็วและรุนแรงจนถึงจุดที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ถ้าเราไม่ทราบวิธีการควบคุมมัน มันก็จะควบคุมเรา ไม่เพียงแต่เราจะต้องรู้วิธีการปฏิบัติกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา แต่เราจะต้องรู้วิธีการปฏิบัติกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกด้วย

 



ความสุข
ก็คือสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว
เราไม่จำเป็นต้องมองหาจากสิ่งอื่นเลย
การที่เราจะตระหนักได้ถึงสิ่งเหล่านี้
เราจะต้องมีสติ
สติจะช่วยให้เรารับรู้สิ่งต่างๆ
ที่เกิดขึ้นภายในและรอบๆ ตัวเรา

     หลวงพี่คิดว่าเหตุผลที่เมื่อก่อนนี้หลวงพี่ รู้สึกเศร้า โดดเดี่ยว และกังวล เป็นเพราะว่าอุดมคติในชีวิตของหลวงพี่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความกระหายอยาก ในเกียรติยศ ชื่อเสียง และความมั่งคั่ง อันเป็นเหตุให้หลวงพี่ไม่มีความสุขเลย แต่ตอนนี้ หลวงพี่มีความเบิกบานและมีความสุขมาก เพราะพระอาจารย์ของหลวงพี่ได้มอบอุดมคติในชีวิตแบบใหม่ให้แก่หลวงพี่ อุดมคตินั้นก็คือความรัก

     เพื่อนที่รัก การดำเนินชีวิตของมนุษย์เราควรมีอุดมคติ อุดมคติที่สมบูรณ์จะสนับสนุนเรา คนรอบข้าง และสังคมมากมาย สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความสุข ชีวิตในวัยหนุ่มสาวนั้นงดงามดังพระจันทร์วันเพ็ญ เจิดจ้าและบริสุทธิ์ เราควรหล่อเลี้ยงและดูแลชีวิตในช่วงหนุ่มสาวให้ดีงาม เราจะทำเช่นนั้นได้ก็ด้วยการฝึกปฏิบัติการหยุด การมองอย่างลึกซึ้ง การรับฟังด้วยความรักและเมตตา การตระหนักรู้ และการแปรเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของเรา และด้วยลมหายใจแต่ละลมหายใจ ด้วยก้าวทีละก้าว จะเป็นรากฐานแห่งการปฏิบัติบนหนทางเส้นนี้ ...๐

ตอนที่ 1 | 2


สามเณรฟับเหยียน
ชื่อของท่านมีความหมายว่า "อธิษฐานธรรม" สิ่งที่ท่านมีความเบิกบานและชื่นชอบที่สุดในระหว่างวันคือช่วงเวลาสำหรับการ นั่งนิ่งๆ พร้อมกับถ้วยชาร้อนๆ ในอุ้งมือและก้านธูปที่กำลังมอด สำหรับหลวงพี่ นี่คือช่วงเวลาที่เป็นสุข นี่คือช่วงเวลาแห่งความเป็นอิสระ

แม้ ท่านจะเป็นนักบวชใหม่ แต่สิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ผ่านชีวิตการทำงานและการปฏิบัติอย่างเต็มหัวใจ นั้น น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ฝึกปฏิบัติในยุคปัจจุบันที่ยังอยู่ในโลกแห่งความ ปรารถนาคู่ขนานกับโลกแห่งสันติซึ่งอยู่ภายในเรือนใจ

แปล : จันทนา โชติกลาง